“โอ้ย!....”
ร่างบางร้องเสียงหลงหลังถูกโยนลงบนโซฟาตัวเขื่องสีฟ้าที่ตั้งเด่นอยู่เพียงตัวเดียวในห้องรับแขกของยุนโฮกับทีวีจอใหญ่ขนาดที่บ้านตัวเองยังไม่มีเลยตรงผนัง
ดูๆ แล้วมันออกจะโล่งไปซักนิด แต่ถ้าเทียบกับเจ้าของห้องแล้วมันคงไม่ต่างกันเท่าไหร่
เพราะเจ้าตัวก็ออกจะไม่ค่อยสนใจอะไรจนเหมือนว่าในหัวสมองนั้นก็คงไม่ได้คิดอะไรด้วย
ถึงได้ชอบใช้กำลังแบบนี้กับคนที่อ่อนแอกว่า
“โยนผมทำไมฮะ!? มันเจ็บนะ.... โซฟาบ้านคุณใช่จะนุ่มขนาดที่กระแทกแล้วเด้งดึ๋งได้ซะที่ไหนกัน” ร่างบางว่าพลางใช้สายตามองค้อนยุนโฮที่กำลังมองมาที่ตัวเองด้วยแววตาเฉยชา
ดวงตาสีรัตติกาลนั้นเอาแต่จ้องมาที่ร่างบางราวกับอยากจะบดขยี้ร่ากายนี้ให้แตกสลายไปด้วยมือของตัวเอง
จนร่างบางแทบจะพูดต่อไม่ออก แต่กระนั้นปากบางก็ยังคงขยับไปตามที่สมองคิดและตามสัญชาตญาณเมื่อเจอเหตุการณ์ที่กดดันแบบนี้
ทำลายมันลงด้วยคำพูด.....
“คุณไม่คิดจะพูดอะไรรึไง? ทำผมเจ็บแล้วขอโทษซักคำก็ไม่มี
แล้วยังลากผมมาที่บ้านคุณอีกมันอะไรกัน คุณมีอะไรกับผมกันแน่หัวหน้าชอง
ผมมันหน้าหมั่นไส้ ขัดหูขัดตาคุณมากขนาดนั้นเลยรึไง คุณเกลียดผมขนาดนั้นเลยอย่างนั้นสิ”
“ใช่! นายมันหน้าหมั่นไส้ นายมันขัดหูขัดตาฉันตั้งแต่แรกที่ฉันเจอนายจริงๆ
นั้นแหละ แจจุง.....” ร่างสูงตวาดกลับทันควันก่อนค่อยๆ
ก้าวเข้ามาหาร่างบางที่นั่งนิ่งอยู่บนโซฟา แจจุงมองท่าทีนั้นอย่างไม่ไว้ใจ
คิดจะทำอะไรอีก
จะแกล้งฉันอีกใช่ไหม? แค่นี่ยังไม่สะใจนายงั้นสิ
“ทำไมแจจุง..... ทำไมนายทำเหมือนกับว่าเราไม่เคยรู้จักกัน
ทำเหมือนกับว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกันเลยทั้งๆ ที่เราก็เป็น ‘เพื่อน’ กัน หรือนาย...... ไม่เห็นฉันเป็นเพื่อนแล้ว นายไม่เคยคิดว่าฉันเป็นเพื่อนนายเลยใช่ไหม?”
ร่างสูงของยุนโฮค่อยๆ
นั่งลงข้างร่างบางพลางตวาดถามเสียงเข้ม
มือหนากดแรงที่ไหล่บางและยึดมันไว้ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังจับเหยื่อของตัวเองไว้ไม่ให้หนีไปได้ง่ายๆ
จนทำให้ร่างบางต้องร้องด้วยความเจ็บปวด
“ผ...... ผมเจ็บ.....”
“ตอบมาสิ นายไม่เคยเห็นฉันเป็นเพื่อนนายเลยใช่ไหม?
นายไม่เคยแคร์ความรู้สึกของฉันเลยใช่รึเปล่า แจจุง.....” ยุนโฮถามอย่างเร่งเร้าพลางเขย่าตัวร่างบางไปมาราวกับกำลังโดนเข็มนับพันเล่มทิ่มแทงหัวใจกับปฏิกิริยาที่ดูไร้เยื้อใยของร่างบางตรงหน้า
“ใช่! ฉันมันไม่เคยเห็นนายเป็นเพื่อน ฉันไม่เคยแคร์ความรู้สึกนายเลยซักนิด
พอใจรึยัง?!” แจจุงเองก็ตวาดกลับอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน แววตาแข็งกร้าวนั้นทำให้ยุนโฮต้องชะงักมือหยุด
มือหนาทั้งสองข้างค่อยๆ เลื่อนลงจากบ่าบางของแจจุงช้าๆ ก่อนตกลงมาอยู่ข้างตัวเอง
งั้นหรอกเหรอ นายไม่เคยสนใจฉันเลยสินะ
นายไม่เคยเข้าใจความรู้สึกของฉันเลย หึ ฉันมันโง่ไปเอง
โง่ไปคนเดียวที่หลงคิดว่านายเองก็คงจะสนใจฉันอยู่บ้าง แต่ว่า.....
“แล้ววันนั้นล่ะ วันที่เราไปเที่ยวด้วยกัน นายบอกฉันว่าเราเป็นเพื่อนกัน.....” ยุนโฮเอ่ยเสียงเบาพลันสีหน้าค่อยหมองลงทีละน้อย แต่หากแววตานั้นยังคงลุกโชนด้วยความรู้สึกที่แรงกล้าอยู่
หวังว่าสิ่งที่ตัวเองถามไปเมื่อกี้ร่างบางจะตอบให้ชื่นใจซักนิดว่าเราเป็นเพื่อนกันจริงๆ
ที่พูดมาครั้งแรก ก็แค่..... ลืมตัว
“นั้นน่ะนายเองไม่ใช่เหรอที่พูดเองเออเองอยู่ฝ่ายเดียว ฉันยังไม่ได้ตกลงเลยนะว่าจะเป็นเพื่อนกับนาย....” เสียงหวานเอ่ยตอบกลับอย่างหนักแน่นก่อนที่สีหน้าของคนฟังถอดสีลงหนักกว่าเก่า
ใบหน้าคมก้มลงราวกับหมดเรี่ยวแรงเงยหน้าสบตากับร่างบาง
สมใจนายแล้วสิ
ยุนโฮ สมใจตัวเองไหมล่ะ เขาไม่ได้ลืมตัวหรือว่าแกล้งหลอกนายเลย
แต่เขาไม่เคยคิดจะเป็นแม้แต่ ‘เพื่อน’ กับคนอย่างนายเลยด้วยซ้ำ หึ สมเพชตัวเองไหมล่ะ
“แต่ว่านะยุนโฮ.....”
เสียงหวานเอ่ยขึ้นอีกครั้งแต่ครั้งนี้มันไม่ได้หนักหน่วงเหมือนเมื่อกี้แล้วแต่น้ำเสียงหวานกลับฟังดูแผ่วเบาราวกับอากาศรอบๆ
ดูอ่อนแอและทรมานเหลือเกิน เหมือนคนพูดกำลังพยายามอย่างสุดกำลังที่จะถ่ายทอดประโยคออกมาในแต่ละคำ
“นาย..... นายก็ไปจากฉันก่อนที่ฉันจะบอกกับนายว่า.... ฉันจะเป็นเพื่อนกับนาย....”
คำพูดที่เปล่งออกมาจากปากบางทำให้ยุนโฮต้องเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหวานด้วยความแปลกใจ
ที่ฟังเมื่อกี้หูคงไม่ได้หูฝาดไปหรอกใช่ไหม
ที่ร่างบางพูดเมื่อกี้คือความจริงอย่างนั้นเหรอ
ยุนโฮมองหน้าแจจุงที่ตอนนี้เริ่มเอ่อคลอด้วยน้าตาเม็ดเล็กๆ
และตั้งใจฟังในสิ่งที่ร่างบาง
จะพูดอีก
“นายไม่รอฉัน นายไปจากฉันแล้วฉันจะบอกนายได้ยังไง ว่าฉันเองก็อยากเป็นเพื่อนกับนายเหมือนกัน
ฉันจะบอกนายได้ยังไงว่าฉันก็ ‘รัก’ นายเหมือนที่นายรักฉัน” สิ้นเสียงของร่างบาง น้ำตาที่มีอยู่มากมายก็ไหลทะลักออกมาจากตาคู่สวย
ไม่รู้เหมือนกันว่ามันมาจากไหนมากมายขนาดนี้
แต่แค่รู้สึกว่าความอัดอั้นตันใจที่มีอยู่เริ่มมลายหายไป
“แจจุง....”
“รู้ไหมหลังจากวันนั้นฉันก็ตามหานายมาตลอด ฮึก.... ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนที่นายเคยไปฉันก็ไปมาหมด
ฉันถามเพื่อนนายเผื่อว่านายจะบอกพวกเขาไว้บ้างว่านายจะไปไหน แต่ก็ไม่มีใครรู้ ฉันก็เลยรอนายแทน
รอนายมาตลอดและฉันก็หวังว่านายจะมาหาฉันที่บ้าน แต่ว่า.... อึก.... แต่ฉันก็รอแล้วนะ....
ฮึก ฉันรอนายแล้ว รอนายจนจะบ้าตาย แต่นาย.... ฮึก นายก็ไม่มา นายก็ไม่กลับมาหาฉันซักที....”
“ทุกวัน.... นายรู้ไหมว่าทุกวันฉันรอนาย... ฮึก รอนายมาตลอด ฉันอยากบอกว่า ‘รัก’ นายจนแทบบ้า อยากขอโทษที่ฉันมันโง่ ฮึก.... ฉันมันซื่อบื้อที่ไม่รู้ว่านายรักฉัน
ฮือ....”
“แจจุง...” ร่างสูงเอ่ยเรียกชื่อคนตรงหน้าแผ่วเบาพลางเอื้อมมือขึ้นปาดน้ำตาให้ร่างบาง
แต่หากฝ่ายนั้นกลับสะบัดหน้าหนีราวกับรังเกียจสัมผัส เพราะแววตาหวานที่มองมานั้นดูเจ็บปวดและทรมาน
แจจุง
อย่ามองฉันแบบนั้นได้ไหม ได้โปรด... ฉันก็เจ็บไม่ต่างไปจากนายเหมือนกัน
“หึ สุดท้ายฉันก็ไม่รอนายอีก เพราะอะไรนายรู้ไหม ยุนโฮ.... ฮึก
มันก็เพราะนาย เพราะนายอีกนั้นแหละ เพราะนายมันไม่กลับมา อึก.... นายไม่เคยติดต่อมาเลยซักครั้ง....
แม้แต่โทรมาหรือส่งข่าวก็ไม่เคย... ฮือ ฉันปวดใจขนาดไหนนายเคยรู้บ้างไหม ฉันทรมานเพราะรอนายตลอดนายเคยคิดบ้างหรือเปล่า
ฮือ.... 6 ปีกับการคอยมันทำให้ฉันเหมือนตายทั้งเป็น....”
แจจุงพรั่งพรูคำพูดออกมาราวกับความเจ็บปวดทั้งหมดที่ได้รับไม่สามารถเก็บไว้ในใจได้อีกแล้ว
หยาดน้ำตาใสกลิ้งลงมาเป็นสายยาวอาบแก้มนวลแดงทั้งสองข้างกับเสียงสะอื้นไห้ไม่หยุด
ทำเอายุนโฮแทบคลั่งด้วยความเจ็บปวด
ไม่เคยคิดเลยว่านี้จะเป็นความจริง
ไม่คิดเลยว่าร่างบางเองก็รักเขามากมายขนาดนี้ ถ้าเขารู้ว่าเรื่องมันจะเป็นแบบนี้เขาคงไม่มีทางจากคนตรงหน้านี้ไปแน่ไม่มีทางที่จะทำให้ต้องจมปลักอยู่กับความทรมานนานขนาดนี้หรอก
ถ้าหากเขารู้เร็วกว่านี้....
ทำไมยุนโฮ
ทำไมแกถึงโง่ได้ขนาดนี้ ทำไมแกถึงทิ้งคนที่แกรักไปได้ลงคอ ทำไมแกไม่รอเขาก่อนฮะ!? ทำไมกัน.... หากแกรออีกซักนิด เรื่องราวทั้งหมดคงไม่เกิดขึ้น ‘หัวใจ’ ของแกจะได้ไม่เจ็บมากมายขนาดนี้ สะใจไหมล่ะที่ทำให้หัวใจของแกต้องร้องไห้
สะใจไหม?
ยุนโฮเฝ้าก่นด่าและโทษตัวเองอยู่ในใจอย่างบ้าคลั่งก่อนจะโผเข้ากอดร่างบางไว้ในอ้อมอกพลางเอ่ยคำขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยความรู้สึกผิด
“ฉันขอโทษ แจจุง ขอโทษ....ฉันขอโทษ ขอโทษจริงๆ ขอโทษ....” พูดไปขอบตาของตัวเองก็ร้อนผ่าวขึ้นเรื่อยๆ พลางแขนแแกร่งก็ยิ่งกอดร่างในอ้อมอกให้แน่นขึ้นอีก
หวังแค่เพียงว่าความรู้สึกผิดของตัวเองจะสื่อไปถึงใจของคนในอ้อมกอดได้
“ฉันขอโทษ
ยกโทษให้ฉันนะ แจจุง โปรดยกโทษให้ฉัน.... ได้โปรดให้อภัยฉัน.....” ยุนโฮย้ำคำขอโทษหนักแน่นอีกครั้งก่อนดึงร่างบางออกจากอ้อมแขน ดวงตาคมมองใบหน้างามที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาก่อนยกมือขึ้นปาดน้ำตาใสที่กำลังไหลออกจากตาคู่สวยนั้นอย่างเบามือพร้อมเชิดคางมของร่างบางขึ้น ฝังริมผีปากหยักลงบนปากแดงอย่างอ่อนโยนและเนิ่นนาน
ทำให้ร่างบางตกใจไม่น้อยก่อนพยายามขัดขืนสุดกำลัง
“อื้อ..อือ...” ร่างบางดิ้นสะบัดไปมาหวังจะให้หลุดจากอ้อกอดของยุนโฮ
แต่หากว่าความพยายามนั้นกลับไร้ผลเมื่อมันกลับยิ่งทำให้แรงกอดนั้นถาโถมเข้ามามากขึ้น
มือหนาข้างหนึ่งของยุนโฮไล้ไปตามริ้วเสื้อด้านหลังของแจจุงช้าๆ
ก่อนมาหยุดที่ท้ายทอยมนสวย กดแรงเบาๆ ลงบนหัวกลมให้รับสัมผัสจากด้านหน้าได้ดียิ่งขึ้น
ลิ้นยาวไล้เลียผิวริมฝีปากอย่างโหยหาราวกับไม่เคยสัมผัสริมฝีปากนั้นมานานนับแรมปี
และพยายามสอดลิ้นเปียกชื่นเข้าไปในโพรงปากอิ่ม แต่ร่างบางในอ้อมแขนเองก็ดิ้นรนปฏิเสธอยู่ตลอด
“อืม... แจจุง เปิดออกสิ....” เสียงทุ้มกระซิบแผ่วข้างหูก่อนจะแอบกัดลงบนใบหูนิ่มสวยนั้นเบาๆ
หยอกเหย้าร่างบางอย่างเอาใจ
“ไม่...ย.... หยุดนะ” ร่างบางปฏิเสธขัดขืนรุนแรงพลางดันร่างโปร่งของยุนโฮที่ถาโถมเข้ามาให้ออกไปอีกครั้ง
แต่ยิ่งทำก็เหมือนยิ่งยุอารมณ์ที่กำลังครุกกรุ่นของยุนโฮให้ปะทุขึ้น
ความรู้สึกที่อึดอัดจนทรมาน
ความรู้สึกเสียใจรู้สึกผิดกำลังระเบิดออกมาอย่างยั้งไม่อยู่
มันไหลออกมาล้อมรอบกายร่างบางราวกับแรงกดดันที่คนอย่างเขาต้องรับความรู้สึกนั้นไว้
รับไว้ด้วยความรักและให้อภัยแก่ผู้ชายคนนี้ คนที่ตัวเองรักหมดหัวใจ.....
ลิ้นยาวรีบรุดเข้าไปในโพรงปากอุ่นทันทีที่ร่างบางเผยอปากยอมรับ
กล้ามเนื้อแข็งแรงและเปียกชื้นดุนดัน
เกี่ยวกระหวัดไปทั่วโพรงปากพลางไล้ต้อนร่างบางให้จนมุมราวกับจะบดขยี้ให้แหลกสลาย
“ฮ...แฮ่ก....อ่า....”เสียงหอบหายใจติดขัดของร่างบางดังขึ้นอย่างน่ารัก มือสองข้างขยุ้มเสื้อด้านหน้าของร่างสูงจนยับยู่ยี่
เหมือนกำลังจะมลายหายไปกับอากาศธาตุ เพราะรสจูบที่แสนเร้าร้อนของยุนโฮ
ยุนโฮถอนริมฝีปากออกอย่างเสียดาย
เพราะร่างบางในอ้อมแขนเริ่มหายใจไม่ได้ แต่กระนั้นความคิดในหัวก็สั่งการให้เริ่มทำอย่างอื่นต่อไป
ถึงยังไงรสสัมผัสแบบนี้คงจะไม่จบแค่นี้หรอกนะ
มาถึงขั้นนี้แล้วนี่ ทั้งหัวใจและร่างกายที่บริสุทธิ์สวยงามนี้ เขาต้องได้มันมาครอบครองแต่เพียงผู้เดียว
ลิ้นหนาไล้เลียไปทั่วบริเวณแก้มชมพูเนียนก่อนจะไล้ยังใบหูนิ่มเล็กน่ารัก ขบกัดน้อยๆ อย่างหยอกเหย้า มือกร้านที่แสนสุขสนเริ่มไล่ไปด้านหน้าของร่างบาง
ปลดกระดุมเม็ดเล็กและเสื้อตัวบางที่เป็นอุปสรรคปิดบังแผ่นอกขาวเนียนออก
“อ..... อะไร หยุด....” เสียงหวานครางอย่างตกใจเมื่อมือหนาเริ่มไม่อยู่กับที่
ลูบไล้ไปทั่วร่างของตัวเอง ยุนโฮไล้สัมผัสไปทั่วอย่างเสน่หาหลังจากเสื้อผ้าชิ้นสุดท้ายของร่างบางจะโดนเขาถอดออกจนหมดเผยให้เห็นแก่นกายน่ารักขางร่างบางที่ทำให้เขาเริ่มหวั่นไหว
มือกร้านที่แสนจะซุกซนค่อยๆ
เอื้อมมาสัมผัสแท่งร้อนเล็กของร่างบางช้าๆ พลางขยับรูดขึ้นลงอย่างพึงพอใจ
มอบความเสียวซ่านให้ร่างบางจนแทบคลั่ง
เมื่อร่างบริสุทธิ์นั้นบิดเร้าไปมาอย่างเขินอาย
“อ๊ะ..อ้า....ฮ๊า....”
แจจุงส่งเสียงครางเบาๆ
ออกมาอย่างน่ารักด้วยความสุขสมราวกับไม่เคยลิ้มลองความรู้สึกที่หอมหวานขนาดนี้มาก่อน มือหนาของยุนโฮยังคงลุกล้ำอย่างเอาเป็นเอาตายจนร่างบางต้องร้นถอยหนี
แต่กระนั้นแขนแกร่งก็ฉุดร่างบางตรึงไว้แน่นพลางเอื้อมไปหยิบเนคไทที่ตัวเองขว้างออกไปขึ้นมาผูกข้อมือขาวไว้
“ทำ....ทำอะไร ฮึก... ปล่อย...อ๊ะ....”
เสียงหวานประท้วงขออย่างอ้อนวอน
แต่ก็ไม่อาจอยุดการกระทำของยุนโฮได้เพราะตอนนี้ความรู้สึกที่มีมันปะทุออกมาแล้ว
ถึงจะฉุดยังไงก็ไม่อาจต้านทานได้ ทั้งความรู้สึกอยากสัมผัส อยากครอบครอง
ทุกอย่างล้วนเป็นผลให้ยุนโฮต้องแสดงออกมาเป็นการกระทำที่แสนป่าเถื่อนนี่
แจจุงดิ้นเร่าไปมาสุดตัวอย่างเสียวซ่าน
เมื่อความต้องการสูงสุดกำลังจะได้แตะขอบสวรรค์แล้ว แต่หากว่าสติที่ยังคงเลือนรางของตัวเองก็พยายามอดกลั้นอย่างสุดชีวิตเหมือนกัน
ไม่อยากให้เป็นแบบนี้ ไม่อยากได้ความสุขสมที่ตัวเองไม่ยินดี
ไม่อยากได้อะไรทั้งนั้นที่คนที่ทำให้เขาเจ็บต้องเป็นคนมอบความทรมานนี้ให้
ไม่อยากได้....
“แจจุง...”
“ฮึก..อ๊ะ...”
“ปล่อยออกมาสิ ฉันจะคอยรับเอง....”เสียงทุ้มกระซิบข้างหู
พลางเร่งจังหวะมือของตัวเองถี่ระรัว แจจุงร้องขัดขืนระงมก่อนที่ความอดทนจะถึงขีดสุด
ของเหลวขุ่นสีขาวถูกปล่อยออกมาจากปลายยอดเล็กๆ เปรอะเปื้อนมือของยุนโฮ ร่างสูงยกยิ้มอย่างพอใจก่อนค่อยๆ ยกมือนั้นขึ้นมาไล้เลียช้าๆ
เก็บความหอมหวานของร่างบางจนเกือบหมด
“น่ารักจริงนะ แจจุง....” ยุนโฮเอ่ยเสียงหวาน
ก่อนจุมพิตบนหน้าผากมนสวยของแจจุง ดวงหน้าหวานแดงซ่านหันไปทางอื่นอย่างเขินอาย
ก่อนที่ร่างสูงของยุนโฮจะค่อยๆ ช้อนร่างบางของแจจุงขึ้น
“อ๊ะ.... จะทำอะไรอีก”
“คำขอโทษจากฉัน ช่วยรับด้วยเถอะนะ แจจุง....” ยุนโฮตอบพลางมองมายังใบหน้างามดุจนางฟ้าของแจจุงอย่างอบอุ่น ริมฝีปากหนาโน้มลงมามอบจุมพิตหวานให้ร่างบางอีกครั้งอย่างอ่อนโยน
แจจุงปิดเปลือกตาแน่นพร้อมรับจูบนุ่มนวลนั้นของยุนโฮ จูบที่คละเคล้าไปด้วยความรู้สึกต่างๆ และเต็มไปด้วยความรัก
ความห่วงใยจากผู้ชายคนนี้ คนที่เคยทำให้ตัวเองต้องเสียใจและทรมานนานเป็นปี
ขอโอกาสให้คนโง่อย่างชอง
ยุนโฮ คนนี้อีกครั้งกับความผิดพลาดที่เคยทำลงไปในอดีต ขอให้เขาได้ลบล้างความผิดนั้นด้วยตัวของเขาเอง
ด้วยจูบที่แสนหวานและด้วยความรักที่เขามีให้คิม แจจุง หมดหัวใจ
*
ร่างกายเปลือยเปล่าของคนร่างสูงเดินอุ้มร่างบางเข้ามายังห้องนอนกว้างใหญ่อย่างช้าๆ
โดยที่สายตาจับจ้องร่างบางในอ้อมแขนไม่วางตา เพราะความงามที่บริสุทธิ์ตั้งแต่เจอกันครั้งแรกเขาก็ไม่อาจลืมได้จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่อยากคิดด้วยว่า
ต่อจากนี้ไปความงามนี้จะตกเป็นของตัวเองเพียงคนเดียว
ร่างบางภายใต้เรียวแขนแข็งแกร่งเองก็รู้สึกใจเต้นไม่เป็นส่ำเหมือนกัน
ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่เสียงตึกตักของหัวใจก็ดังเสียจนหูอื้อไปหมด ทั้งๆ ที่คิดว่าจะไม่เจ็บปวดเพราะคนๆ
นี้อีกแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่อาจห้ามใจตัวเองได้เลย ความรักที่ถูกเก็บอยู่ในลิ้นชักแห่งความทรงจำ
ถูกเปิดขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับความเจ็บปวดในอดีตที่หายไป
ยุนโฮค่อยๆ วางแจจุงลงบนเตียงใหญ่อย่างเบามือ ให้แผ่นหลังเล็กเอนราบลงบนพื้นเตียงนุ่ม
ก่อนจะขึ้นคร่อมร่างบางที่นอนแผ่หอบหายใจด้วยใบหน้าแดงก่ำ
ใบหน้าคมดุจเทพบุตรโน้มลงมาใกล้ดวงหน้าหวานช้าๆ ก่อนจะแนบริมฝีกปากหยักลงบนหน้าผากมนนั้น
กดเน้นย้ำรอยรักไว้เพื่อให้ประจักษ์ถึงความรักของเค้าที่มีต่อคิม แจจุงคนนี้
ร่างบางรับจุมพิตนั้นอย่างกล้าๆ
กลัวๆ ก่อนเปลือกตาบางจะปิดลงช้าๆ ซึมซับความอบอุ่นจากริมฝีปากนั้น ความอ่อนโยนและนุ่มนวลของยุนโฮเริ่มปกคลุมจิตใจจนความทุกข์มลายหายไปหมดสิ้นเหลือไว้แต่เพียงความรักครั้งใหม่ที่เขาพร้อมจะตอบแทนให้อย่างสุดหัวใจ
“แจจุง....หายโกรธฉันเถอะนะ” เสียงทุ้มกระซิบข้างหูร่างบางอย่างแผ่วเบา
ให้อภัยฉันเถอะนะคนดี ต่อไปนี้ฉันจะไม่ทำให้นายต้องเจ็บอีกแล้ว ฉันสัญญา
“ยุนโฮ....”
“ฉันรักนาย แจจุง” คำบอกรักหวานเอ่ยขึ้นออกมาจากปากหยักของร่างสูง
ก่อนที่ริมฝีปากนั้นจะ โน้มลงมาประทับที่ริมฝีปากบางสวยของแจจุง
สัมผัสบางเบาถูกแต่งแต้มขึ้นด้วยคนสองคน
ลิ้นร้อนๆ ที่เปียกชื้นของยุนโฮถูกส่งเข้ามายังโพรงปากของร่างบางเก็บความหวานที่มีในนั้น
มือเรียวทั้งสองข้างขยับเข้ามาโอบหลังของร่างบางไว้แน่น
เพื่อให้รับสัมผัสที่เร่าร้อน
“อืม...อะ....”เสียงหวานครางกระเซ้าเล็ดออกมาจากปากสวยอย่างน่ารักกับการตอบรับสัมผัสจากยุนโฮ
ก่อนจะเปิดโอกาสให้ลิ้นยาวๆ ได้รวมเป็นหนึ่งกับตัวเอง
เมื่อลิ้นร้อนทั้งสองเกี่ยวกระหวัดกันไม่ยอมปล่อย
แขนบางทั้งสองข้างยกขึ้นโอบกอดร่างสูงไว้แน่นอย่างหาที่พึ่ง
ยุนโฮถอนริมฝีปากหยักอย่างเสียดาย
พลางไล้เลียลงมายังแผ่นอกขาวเนียน จูบไล้ไปมาอย่างโหยหาพร้อมๆ
กับที่แขนแกร่งเริ่มเคลื่อนมาทีเรียวขาขาวทั้งสองข้างของร่างบาง มือกร้านค่อยๆ จับเรียวขาบางแยกออกกว้าง พลางลูบไล้บริเวณจุดลับให้ทั่วอีกครั้ง
“อ่า...ยุน.... อื้อ....”นิ้วเรียวยาวซุกซนไล้ไปตามเนินแก้มก้นสวยช้าๆ
ก่อนจะค่อยๆ สอดใส่เข้าไปในโพรงรักสีชมพูสวย เปิดทางให้ร่างบางรู้สึกชิน
ก่อนที่อาวุธชิ้นใหญ่จะเข้าไปแทน ความยาวของนิ้วค่อยๆ
ชำแรกแทรกผ่านเข้ามาอย่างหยอกเหย้า พลางหมุนวนไปมาพร้อมๆ กับเพิ่มจำนวนไปด้วย
ยุนโฮยิ้มกริ่มกับท่าทีตอนรัดนิ้วของร่างบางอย่างพอใจ
ก่อนจะเร่งจังหวะขึ้นเรื่อยๆ
นิ้วยาวชักเข้าออกอย่างรวดเร็วเร่งอารมณ์ให้ร่างบางได้กระสับกระส่ายยิ่งขึ้น
ก่อนที่จะกดมันเข้าไปและถอดออกเป็นครั้งสุดท้าย
“อ๊ะ.... ออกทำไม...อื้อ...” ร่างบางเอ่ยเสียงหอบ
ใบหน้าหวานยู่ลงอย่างนึกเสียดายกับสัมผัสเมื่อกี้ที่กำลังจะได้แตะขอบสวรรค์อยู่รอมร่อ
ยุนโฮมองกริยาน่ารักของแจจุงพลางยกยิ้มน้อยๆ
ก่อนก้มลงกระซิบข้างหูร่างบางแผ่วเบา
“ต่อจากนี้ไป.... เป็นของฉันเถอะนะ คนดี” เอ่ยอย่างอ่อนโยนแล้วก็กดจูบลงบนขมับสวยอีกครั้ง
ก่อนที่แขนทั้งสองข้างจะจับขาเรียวบางของแจจุงที่แยกออกจากกันอยู่ให้พาดขึ้นมาที่บ่าของตัวเองพร้อมกับแท่งแก่นกายอันร้อนผ่าวที่ตั้งตระหง่านของเขาจะเริ่มเข้ามาจ่อบริเวณปากทางสวยของร่างบาง
ที่ตอนนี้กำลังขยายตัวเต็มที่พร้อมรับศึกหนักแล้ว
และยังได้แรงกระตุ้นจากคำพูดเมื่อกี้อีก
ยิ่งทำให้โพรงปากสวยนั้นสั่นไหวไปมาอย่างเหนียมอาย
“ฉันจะใส่แล้วนะ..”
“อ...อื้อ..อ่า...” แท่งร้อนใหญ่โตถูกสอดเข้ามาภายในกายของร่างบางทันทีจนแทบตั้งตัวไม่ติด
จนเจ้าของช่องทางสีชมพูสวยกระตุกเกร็งในความใหญ่โต
เกี่ยวกระหวัดเกาะคอร่างสูงทันที
ความรู้สึกที่ต่างไปจากนิ้วนั้นมันช่างสร้างความสุขสมที่แปลกประหลาดได้ดีเหลือเกิน ทั้งขนาดและการสอดใส่ของมัน
ทำเอาอารมณ์อันครุกกรุ่นด้วยไฟราคะพุ่งทะยานออกมา
ยุนโฮโถมกายเข้ามาภายในตัวร่างบางอย่างเร้าร้อนและเต็มไปด้วยพลังแห่งการบดขยี้
แก่นกายใหญ่ร้อนรูดเขาออกอย่างหนักหน่วง มอบความสุขสมให้ทั้งตัวเองและร่างบางนี้ได้อย่างดี
จนแทบเหมือนขึ้นสวรรค์
ใบหน้าคมเงยขึ้นมองดวงหน้าหวานของแจจุงที่กำลังแดงก่ำแสดงถึงความสุขสมที่รับอย่างเต็มที่
ก่อนมอบจุมพิตอันเร้าร้อนให้พลางขยับกายไปมาในตัวร่างบาง ลิ้นเรียวยาวดุนดันกันและกันอย่างโหยหา เก็บเกี่ยวความหอมหวานของกันและกันอย่างตะกละตะกลาม
ราวกับความสุขกำลังกลืนกินทั้งสองอยู่ก็ไม่ปาน
“อืม... อือ....” เสียงหวานครางกระเซ้าเล็ดลอดออกมาอย่างน่ารักของแจจุง
ทำให้ยุนโฮถึงกับต้องเร่งจังหวะการขยับตัวทันที จากแรงกระตุ้นของร่างบาง คำพูดที่แสดงถึงความสุขที่ได้รับ
แก่นกายร้อนระอุยิ่งเร่งความเร็วมากขึ้นหวังจะได้แตะขอบสวรรค์สูงสุดให้ได้พร้อมกับร่างบางนี้
ร่างบางเองก็บิดสะโพกไปมารับแรงกระแทกนั้นตอบเช่นกัน
จนในที่สุดน้ำแห่งเมล็ดพันธ์ชั้นยอดของยุนโฮก็ถูกฉีดพุ่งเข้าไปในกายของร่างบางจนหมด
ซึ่งรวมไปถึงร่างบางเองด้วยที่ถึงจุดสูงสุดเหมือนกัน
น้ำรักขาวขุ่นถูกปล่อยจากปลายยอดออกมาเปรอะเปื้อนหน้าท้องของร่างสูงเต็มไปหมด
“อ่า..แฮ่ก...” เสียงเหนื่อยหอบบวกกับจังหวะการเต้นของหัวใจที่ถี่ระรัวดังรวมกันทันทีที่เสร็จเรื่องอย่างว่า
ร่างสูงของยุนโฮล้มลงข้างร่างบางและนอนแผ่หลาอย่างหมดแรง
แต่ยังคงค้างอาวุธร้ายไว้ในตัวร่างบางอยู่ราวกับว่ามันยังไม่จบเพียงแค่นี้
เพราะมันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น
แขนแกร่งแขนแกร่งของยุนโฮเอื้อมไปโอบตัวร่างบางให้เข้ามาชิดกันมาขึ้น
หวังให้ความอบอุ่นจากร่างกายนี้ ส่งผ่านไปให้ร่างบางที่นอนอยู่ข้างๆ มือยาวซุกซนไล้ไปบนผิวเนียนขาวของแจจุงอย่างเบามือ
จากต้นแขนไปยังมือสวยผ่านลงไปถึงสะโพกกลมมนเรียกเลือดให้ขึ้นมากองใต้ผิวนั้นได้เป็นอย่างดี
“แจจุง...”
เสียงทุ้มต่ำของยุนโฮเอ่ยขึ้นเบาๆ
ทำให้คนถูกเรียกสะดุ้งตัวน้อยๆ ก่อนจะขานรับ
“อืม...”
“ฉันรักนายนะ....
ยกโทษให้ฉันได้รึยัง?” ยุนโฮกระซิบข้างหูพลางจูบลงบนไหล่เนียนเบาๆ
รอฟังคำตอบจากร่างบาง
ได้โปรดเถอะ
ฉันทำถึงขนาดนี้แล้ว ให้อภัยกันซักที แจจุง....
“.....” ไร้เสียงตอบรับของร่างบาง ยุนโฮเองก็ชักจะหวั่นใจขึ้นมานิดๆ เพราะคำพูดของแจจุงนั้นรู้สึกจะออกมาช้าเหลือเกิน
ทำไมร่างในอ้อมกอดของเ-าถึงได้ใจแข็งขนาดนี้นะ มันทำให้เขารู้สึกทรมาน
แม้มันจะเป็นเวลาไม่กี่นาทีก็ตาม แต่มันเหมือนนานเป็นปีเลยก็ไม่ปาน
“แจจุง...”
“อืม...” น้ำเสียงนุ่มนวลของแจจุงดังขึ้นแผ่วเบา
แต่ถึงอย่างนั้นยุนโฮก็ยังได้ยิน
ชายหนุ่มรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก ดีใจจนแทบอยากร้องไห้
มันเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก
ความผิดที่เป็นบาดแผลลึกในใจที่คอยทิ่มแทงตลอดมาเหมือนถูกน้ำเย็นๆ จากคำพูดของแจจุงพัดหายไปหมดสิ้น
เหลือไว้เพียงความสุขที่เปี่ยมล้นแทน
ดีจริงๆ
แจจุง ดีจริงๆ เลย.... ขอบใจนะ ขอบใจนายจริงๆ ที่ให้อภัยกับคนโง่ๆอย่างฉัน
“ยุนโฮ....” น้ำเสียงหวานของแจจุงดังขึ้นอีกครั้งอย่างแผ่วเบา
เรียกให้ยุนโฮรีบกระชับอ้อมกอดของตัวเองทันที ก่อนจะขานรับ
“หืม?”
“นายจำได้รึเปล่า....
ว่าเคยให้อะไรฉันไว้” ร่างบางถามเสียงนุ่มพลางหลับตาลง รอฟังคำตอบจากยุนโฮบ้าง ถึงแม้เขาจะหายโกรธแล้วก็ตาม
แต่ถ้าเจ้าตัวลืมสิ่งที่เมื่อก่อนเคยรับปากไว้ก็เปล่าประโยชน์ เพราะแค่คำว่า ‘รัก’ จากปากน่ะ
มันไม่ได้แจ่มชัดเหมือนการกระทำในอดีตหรอกนะ
“อืม....จำได้สิ
จะลืมได้ไง” ยุนโฮเอ่ยตอบน้ำเสียงอ่อนโยน
ร่างบางเปิดเปลือกตาขึ้นทันทีก่อนจะโดนมือกร้านของยุนโฮจับแขนข้างหนึ่งของเขาขึ้น
แขนข้างที่เขาใส่ของสำคัญสิ่งนั้นไว้ตลอดเวลาทั้งสองอัน เลทเงินที่ได้รับมันจากยุนโฮเมื่อ 6 ปีก่อน เลทข้อมือ ‘ยุนโฮรักแจจุง’
“ฉันรอให้นายใส่มันให้ชั้นอยู่นะ
แจจุง” เสียงทุ้มเอ่ยเบาๆ เรียกเอารอยยิ้มหวานๆ ของแจจุงปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวานทันที
ความรู้สึกปลื้มปิติที่ยิ่งใหญ่กว่าความสุขทีได้รับ กำลังแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจของเขา
มือบางอีกข้างถูกยกขึ้นพลางค่อยๆ ถอดเลทข้อมือจากอีกข้างออก แล้วบรรจงใส่ให้แขนแกร่งของยุนโฮช้าๆ
ก่อนก้มลงจูบบนหลังมือนั้น
ยุนโฮมองกริยาน่ารักของแจจุงอย่างเสน่หา
ก่อนที่แขนเรียวจะยกขึ้นโอบร่างบางอีกครั้ง
พลางริมฝีปากหยักกดจูบลงบนหน้าผากมนได้รูปอย่างอ่อนโยน
ก่อนที่เสียงหัวใจของร่างบางจะเอ่ยขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
“ยุนโฮ
ฉันรักนาย”
