วันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2555

Wait for Love รอเพื่อรัก : YunJae (1)




Wait for Love  รอเพื่อรัก

Paring : Yunho x Jaejoong


Rating : Romantic / Drama
______________________________






ใจกลางกรุงโซลเมืองหลวงแห่งมหานครความบันเทิงของเอเชีย ภายใต้แสงสีของเมืองที่แสนวุ่นวายโรงเรียนชื่อดังในเครือมหาวิทยาลัยฮยองคีถูกตั้งอยู่ในจุดที่แทบจะไม่คิดว่าจะเป็นที่ตั้งของแหล่งการศึกษาและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศแบบนี้ได้ เพราะเมื่อลองมองไปรอบๆ ทิศของโรงเรียนแล้วล้วนต้องเจอกับสิ่งที่ขัดกับความเจริญก้าวหน้าของเมืองอย่างสิ้นเชิง เพราะเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยตั้งตระหง่านอยู่รอบๆ โรงเรียนแทน

สายตาเรียวสวยแหลมคมของร่างบางทอดมองออกมาจากหน้าต่างอาคารเรียนใหญ่อย่างเหม่อลอย พลางเท้าคางไว้บนโต๊ะเรียนก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

ใบหน้าหวานมองดูใบไม้พลิ้วไหวตามสายลมเอื่อยที่พัดพาพลางล้มศีรษะลงนอนกับโต๊ะ พรุ่งนี้ก็จะจบจากที่นี้แล้ว วันนี้คงเป็นวันสุดท้ายที่ได้ใช้ชีวิตม.ปลายกับทุกคน  ใจหายยังไงไม่รู้แฮะ

อะแฮ่ม! เป็นอะไรไปเหรอ? คิม แจจุง หงอยเชียว เสียงทุ้มพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชันก่อนร่างกายอันสูงโปร่งจะกระแทกตัวนั่งลงข้างๆ เฮอะ! มากวนประสาทอีกแล้ว น่าเบื่อชะมัด

หรือว่านายนึกเสียใจอยู่ว่าจะได้เจอฉันเป็นครั้งสุดท้ายแล้วในวันจบการศึกษาพรุ่งนี้

นี่! หลงตัวเองเกินไปแล้วนะ ฉันไม่เคยคิดพิศวาสนายซักหน่อย ชอง ยุนโฮร่างบางเด้งตัวลุกขึ้นพลางมองชายหนุ่มที่นั่งข้างๆ ด้วยความหงุดหงิด

ดีซะอีกที่ฉันจะได้เจอนายเป็นวันสุดท้ายเพราะฉันเบื่อนายจะตายอยู่แล้ว ชอบมากวนประสาทคนอื่นอยู่ได้ทุกวี่ทุกวัน น่ารำคาญชะมัด คนอย่างนายน่ะฉันไม่เห็นอยากเจอเลยซักนิด เสียงหวานตวาดใส่ยุนโฮพลางเดินหนีจากไปปล่อยให้ร่างร่างสูงมองดูแผ่นหลังบางเดินหายไปจนลับตา

ขาเรียวก้าวฉับๆ ผ่านห้องเรียนต่างๆ ไปด้วยความโมโห ดวงหน้าหวานไม่สนใจเลยซักนิดว่าตอนนี้มันใกล้เวลาเข้าเรียนในคาบต่อไปแล้ว เพราะสมองมันมัวแต่คิดอยู่เพียงว่าอยากให้เวลามันผ่านไปเร็วๆ เสีย จะได้ไม่ต้องทนเห็นหน้าคนที่ตัวเองไม่ชอบตลอดเวลาแบบนี้

แหงล่ะ เรียนห้องเดียวกันนี่ก็ต้องเจอกันทุกวันเป็นเรื่องธรรมดา

จนที่สุดแล้วแจจุงก็พาร่างกายที่หนักอึ้งไปด้วยความหงุดหงิดมาหย่อนตัวลงบนดาดฟ้าของอาคารเรียนสถานที่ที่เขาชอบมากที่สุด เพราะมันทำให้เขาสบายใจ ความรู้สึกอึดอัดที่มีอยู่ก็พลอยหดหายเมื่อแหงนหน้ามองท้องฟ้าสีครามที่นี่ แจจุงมองตรงไปข้างหน้าอย่างผ่อนคลายพลางค่อยๆ ล้มตัวลงนอน ดวงตาหวานปิดลงอย่างช้าๆ ก่อนจะหลับไปภายใต้สายลมที่เข้ามาโอบอุ้มไว้โดยไม่รู้ตัว



*



ไม่รู้ผ่านไปกี่ชั่วโมงแล้วที่ร่างบางแอบขึ้นมานอนบนดาดฟ้าของโรงเรียน เปลือกตาบางหรี่มองด้วยเพราะถูกแสงอาทิตย์อัสดงสาดเข้ามาก่อนจะกระพริบตาปริบๆ ปรับให้ชินกับแสง แจจุงค่อยๆ ยันตัวเองลุกขึ้นนั่งก่อนจะสังเกตได้ว่าตอนนี้ไม่ได้มีแค่ตัวเองเท่านั้น แต่ยังมีคนที่อยู่ที่นี่ด้วยอีกคน ร่างสูงโปร่งที่กำลังยืนมองพระอาทิตย์ที่กำลังลับขอบฟ้าอยู่ตรงหน้าดูคุ้นตาชอบกล

ผมสีน้ำตาลเข้มจัดยาวรดต้นคอ ผิวขาวเนียนกับการแต่งตัวที่เรียบร้อยกว่าเขา หุ่นเพรียวสูงโปร่งได้ส่วนเข้ากับชุดนักเรียนและเป็นหุ่นที่เขาใฝ่ฝันว่าอยากจะมีมากกว่าร่างที่อ้อนแอ้นของตัวเอง

ดูให้ความอบอุ่นน่าประหลาด

นาย....เสียงหวานครางออกมาแผ่วเบาเรียกให้ชายหนุ่มลึกลับคนนั้นหันมา แต่สงสัยคงจะเบาเกินไปกระมังจึงทำให้สายลมที่พัดผ่านนั้นส่งเสียงของเขาไปไม่ถึง ร่างสูงจึงไม่หันมา

นาย.... ตอนนี้กี่โมงแล้ว?” แจจุงตะโกนถามอีกครั้งและดูเหมือนว่าในครั้งนี้มันจะได้ผลเมื่อร่างสูงหันกลับมาตามเสียงเรียก แต่ว่านั้นกลับทำให้คนถามอย่างแจจุงถึงกับพูดไม่ออกเป็นใบ้กินชั่วขณะ

คนที่ตัวเองเกลียดและไม่อยากเจอหน้ามากที่สุดกำลังยืนยิ้มทะเล้นอยู่ตรงหน้า

ชอง ยุงโฮ!!”

ไง หลับสบายไหม?” ยุนโฮถามพลางยิ้มแก้มปริ ใบหน้าคมมองมาที่แจจุงก่อนจะเดินเข้ามาหาเจ้าตัวที่กำลังนั่งอึ้งอยู่

นี่มันเลิกเรียนตั้งนานแล้ว แต่นายดันโดดเรียนมาแบบนี้ฉันเกือบหาข้ออ้างแทนไม่ทันแน่ะ ยุนโฮบอกพลางหย่อนตัวนั่งยองๆ ตรงหน้าแจจุง ใบหน้าหวานจึงสะบัดหนีไปทางอื่นด้วยความหงุดหงิด ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องเป็นแบบนี้ แต่เวลาเจอหน้าคนๆ นี่ทีไรเป็นต้องอารมณ์เสียทุกที ให้ตายสิ!

แต่ถ้านายแอบโดดมาอีกแบบนี้ ฉันคงช่วยนายครั้งต่อไปไม่ได้แล้วนะรู้ไหม?”

แล้วใครขอให้ช่วยไม่ทราบฮะ?! ฉันไม่ได้ขอร้องให้นายหาข้ออ้างให้ซักหน่อย อีกอย่างพรุ่งนี้ก็เป็นวันสุดท้ายที่ฉันจะได้เจอนายแล้วด้วย ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่ฉันจะต้องโดดเรียนเพราะไม่อยากเห็นหน้าหมีๆ ของนายและนายก็ไม่ต้องมาช่วยฉัน

แจจุงตวาดใส่ยุนโฮกลับเป็นชุดพลางยันตัวเองลุกขึ้น สายตาคมจับจ้องที่ชายหนุ่มด้วยความโมโหเหมือนเดิม เฮอะ! ใครอยากให้ช่วยกัน ความหวังดีของนายเก็บไว้ให้คนอื่นเถอะ เพราะฉันคนนี้ไม่ต้องการ

อืม นั้นสินะ...

คนอะไรขี้ลืมชะมัดแจจุงเย้ยยุนโฮเบาๆ

อ่า! จริงสิวันนี้ในเมืองมีเทศกาลนี่นา ยุนโฮโพล่งขึ้นมาพลางลุกขึ้นยืน ทำตาเป็นประกายใส่แจจุงซึ่งเจ้าของใบหน้าหวานเองก็มองด้วยความสงสัยปนงุนงงกับอาการของคนตรงหน้า เกิดบ้าอะไรขึ้นมาอีกละ?

แจจุง....

อะไร?”

ไปเที่ยวกันเถอะ ยุนโฮว่าพลางฉุดแขนเรียวของแจจุงแล้วรีบวิ่งลงมาจากดาดฟ้าโรงเรียน โดยไม่ฟังคำทัดทานของร่างบางเลยซักนิดว่ามีอาการต่อต้านขนาดไหน ทั้งขัดขืนด้วยร่างกายและคำพูดน่ะ ไอ้บ้าเอ้ย! ฉันไม่อยากจะไปซักหน่อย มาลากกันทำไมว่ะ

นี่! ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ ฉันไม่ไปกับนาย ปล่อยชั้นสิ!... ปล่อย.... แจจุงดิ้นแรงๆ อย่างไม่ยอมแพ้ มือบางที่เป็นอิสระข้างหนึ่งพยามทั้งแกะทั้งแงะทั้งง้างมือของยุนโฮที่เกาะอยู่ออก แต่แม้จะพยายามเท่าไหร่ก็ดูเหมือนว่าความพยายามนั้นจะไม่เป็นผล  คนบ้าอะไรว่ะ! แรงควายชะมัด

ชอง ยุนโฮ! ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ ฉันไม่ไปกับนายนะ ปล่อยฉัน!.... ร่างบางตวาดเสียงกร้าวพลางสะบัดมือแรงๆ อีกครั้ง แม้มันจะไม่ยอมหลุดจากการเกาะกุมแต่อาวุธลับสุดท้ายของเขาก็ยังไม่หมดหรอก

จะมาว่าฉันใจร้ายกับนายทีหลังไม่ได้นะ

ชอง ยุนโฮ...

ครับๆ ว่ายังไงครับ?”

นายเลิกทำตัวปัญญาอ่อนแกล้งฉันกัดฉันซักวันจะได้ไหมฮะ? เลิกยุ่งกับฉันซักทีเหอะ ฉันรำคาญนายเต็มทนแล้ว อีกอย่างนายจะพาฉันไปเที่ยวให้มันได้อะไรขึ้นมา ทั้งๆ ที่นายก็รู้ว่าแม้นายจะพยายามทำดีกับฉันขนาดไหน ฉันก็ไม่มีวันยอมรับนายเป็น เพื่อน หรอก รู้ไว้ว่าเราไม่ใช่เพื่อนกัน แต่นายกับฉันมันก็แค่ คนร่วมโลก ก็เท่านั้น

แจจุงเอ่ยปากเป็นชุดใส่ยุนโฮ ถ้อยคำที่เจ็บลึกเข้าไปในใจของร่างสูงสร้างบาดแผลได้ดียิ่งนัก แต่หากแจจุงก็ยังแดกดันพูดคำเหล่านั้นออกมาให้ได้ยินอยู่บ่อยๆ

ไม่ว่าจะตอนไหนชอง ยุนโฮ กับคิม แจจุง คงไม่มีวันญาติดีกันได้หรอก

ใช่ไหม?.....

จริงสิ ในงานมีการแสดงพื้นเมืองด้วยนี่นา แถงยังมีกิจกรรมของเด็กโรงเรียนเราด้วย เห็นว่าเป็นรุ่นน้องมาเปิดกันแน่ะ ฉันว่าเราไปอุดหนุนกันดีกว่า ฉันอยากสนุกให้เต็มที่กับวันนี้แล้ว....

ยุนโอเอ่ยขึ้นพลางจูงมือแจจุงเดินต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่หันกลับมามองใบหน้าหวานอีก  แต่แจจุงก็ไม่สนใจเช่นกันยังคงเปล่งถ้อยคำบาดหูออกมาให้ได้ยินเรื่อยๆ

ได้! ในเมื่อนายอยากพามาอยากดีกับฉัน ฉันก็จะสนองนายเต็มที่เลยยุนโฮ แต่ฉันขอบอกไว้ตอนนี้เลยนะว่าของทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันอยากได้นายจะต้องเป็นคนเอามาให้ ไม่ว่าฉันต้องการอะไรนายก็ห้ามขัดเด็ดขาด

อื้ม เอาสิเดี๋ยวฉันหามาให้นายเอง ยุนโฮตกลงพลางหันหน้ามายิ้มให้แจจุง รอยยิ้มน้อยๆ ที่ผุดขึ้นแม้จะไม่มากมายอะไรแต่มันทำให้ใบหน้าหล่อเหลาดูไร้เดียงสาและอบอุ่นขึ้นมานิดๆ

สายตาคมที่มองมาก็อ่อนโยนไร้ความแข็งกร้าวราวกับพร้อมทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเขา รอยยิ้มที่ละมุนละไมที่มอบให้มากับฝ่ามือนั้นช่างอบอุ่นผิดกับตอนที่ใช้ลากตัวมาโดยสิ้นเชิง ทำให้ความโมโหและวู่วามของแจจุงเมื่อครู่หายไปเพียงแค่ได้รับสัมผัสและรอยยิ้มของคนตรงหน้าเท่านั้น

ร่างบางเดินเคียงคู่กับยุนโฮตลอดทางที่เดินมาในงานเทศกาลโดยไร้ซึ่งการพูดจา มีเพียงเสียงลมหายใจของกันและกันเท่านั้น ที่ทำให้บรรยากาศรอบๆ ทั้งสองดูไม่อึดอัดจนน่าเบื่อเกินไป

หลังจากเดินมานานก็มาถึงบริเวณที่จัดเทศกาลประจำปี สิ่งของต่างๆ ร้านค้ามากมายถูกจัดขึ้นและประดับประดาตกแต่งไว้อย่างสวยงาม เพื่อเรียกความสนใจจากลูกค้า แจจุงเลือกที่จะเดินเข้าร้านอาหารริมทางเป็นร้านแลกพลางดึงมือของยุนโฮมาด้วย ทั้งสองคนเลือกนั่งหน้าร้านอาหารเพื่อซึมซับบรรยากาศความรื่นเริงสนุกสนานของงาน

ผมขอต๊อกโบกีครับแจจุงสั่งคุณลุงเจ้าของร้านด้วยเมนูอาหารจานโปรด

ยุนโฮ นายจะกินอะไรก็สั่งสิ แจจุงหันไปบอกคนข้างๆ ไม่ใช่ว่าพูดดีด้วยแปลว่าจะยอมรับในตัวหรอกนะ ก็แค่กลัวว่าจะเห็นแกตัวเกินไปที่ตัวเองเป็นคนสั่งแล้วให้คนอื่นจ่าย นั้นมันไม่ใช่นิสัยของคิม แจจุงซักหน่อยเขาไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นถึงจะเกลียดขนาดไหนก็ไม่ใช่คนไร้มารยาท

ไม่ล่ะ ฉันอยากมองนายเวลากินข้าว

เฮ้ย! พูดอะไรของนาย? น่าขนลุกชะมัด สั่งเลยๆ ถ้านายไม่สั่งเองฉันจะสั่งให้นะแจจุงว่าพลางทำหน้าไม่พอใจกับคำพูดแปลกๆ ของคนข้างๆ

เป็นห่วงฉันเหรอ? ยุนโฮถามหน้าทะเล้น  ใบหน้าหล่อเขยิบเข้าไปใกล้คนสวยจนคนถูกจ้องต้องสะบัดหน้าหนี ก่อนค้อนโตๆ จะหล่นโป๊กเข้าที่หัวเจ้าตัวหนึ่งทีจนต้องร้องโอยด้วยความเจ็บปวด

โอ้ย! เจ็บนะ

ก็อยากมาทะลึ่งใส่ฉันทำไม สมน้ำหน้าแล้วแจจุงเอ่ยด้วยความสะใจ

นั้นแน่ นายเขินฉันล่ะสิเมื่อกี้เนี้ย? ดูดิหน้าแดงแปร๊ดเป็นลูกแตงโมเลย ยุนโฮทำเสียงล้อเลียนพลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้แจจุงอีกรอบทำให้เจ้าตัวต้องรีบยกมือขึ้นมาจับแก้มทั้งสองข้างของตัวเองทันที ใบหน้าหวานมองค้อนยุนโฮอย่างไม่พอใจ

พูดอะไรของนาย? บ้า! ....อ..เอาหน้าหมีๆ ของนายออกไปไกลๆ ฉันเลย แล้วก็สั่งของกินเองด้วย ฉันไม่สั่งให้แล้ว แจจุงตะกุกตะกักพลางใช้นิ้วจิ้มหน้าผากคนตรงหน้าออกไปห่างๆ

ต๊อกโบกีมาแล้วครับ เสียงคุณลุงเจ้าของร้านดังมาแต่ไกลก่อนพาร่างตุ้ยนุ้ยเดินถือจากต๊อกโบกีมาให้ คุณลุงยื่นจานให้ร่างบางก่อนจะหันมามองยุนโฮที่นั่งอยู่ข้างๆ

แล้วพ่อหนุ่มล่ะ จะเอาอะไรดี?” คุณลุงถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

ผมเอาเหมือนกันก็ได้ครับ

งั้นรอแปบเดียวนะ คุณลุงบอกก่อนเดินหายเข้าไปในครัว แจจุงที่กำลังกินต๊อกโบกีอยู่จึงหันมามองคนข้างๆ ด้วยความแปลกใจ

ทำไมนายต้องสั่งเหมือนฉันด้วย?”

ก็ฉันอยากกินแบบนายนี่ นายกินอะไรนายทำอะไรวันนี้ฉันก็จะทำเหมือนนายทุกอย่าง ยุนโฮบอกยิ้มๆ แจจุงหันหน้ากลับมาสนใจอาหารที่อยู่ตรงหน้าต่อและตั้งใจกินโดยไม่สนใจคนกวนประสาทอีก เออ! อยากทำอะไรก็เชิญตามสบาย

มือบางจับซ้อมจิ้มลงบนต๊อกโบกีขึ้นมาพลางกัดเข้าปากคำโตทำให้แก้มเนียนของคนสวยป่องขึ้นดูน่ารักน่าชัง เรียกความสนใจจากยุนโฮได้ไม่น้อยเพราะมันยากนักที่จะเห็นท่าทางแบบนี้ของคิม แจจุง เพราะถ้าเป็นเวลาปกติที่โรงเรียนล่ะก็ คงเห็นแต่ใบหน้าที่บูดบึ้งหงุดหงิดตลอดเวลาแทน

อา! อิ่มจังตังอยู่ครบ เสียงหวานเอ่ยอย่างมีความสุขหลังเข้าไปสวาปามต๊อกโบกีจนแทบจะหมดร้านแถมตัวเองยังไม่ต้องจ่ายอีก อะไรจะดีขนาดนี้ ต้องขอบใจนายจริงๆ เลยยุนโฮ

ใช่สิ ก็นายไม่ได้จ่ายนี่ ยุนโฮเอ่ยตัดพ้อขณะเปิดดูกระเงินของตัวเองที่ตอนนี้รู้สึกว่ามันจะแฟบลงไปซะเยอะเลยเพราะร่างบางแท้ๆ เชียว นึกว่าตัวเล็กแบบนี้จะกินนิดเดียว ที่ไหนได้กินเยอะกว่าเขาซะอีก

อย่าบ่น! นายเป็นคนพูดเองนี่ว่าจะให้ฉันทุกอย่าง

ครับๆ ไม่บ่นก็ได้ แล้วเราจะไปที่ไหนต่อดีล่ะ?” ร่างสูงถามพลางเดินตามร่างบางไปเรื่อยๆ คนตรงหน้าก็ไม่ได้ตอบกลับมาเอาแต่เดินดูโน้นดูนี่ไปเรื่อย ขาเรียวก้าวฉับๆ ไปตามทางอย่างรวดเร็วจนร่างสูงแทบจะเดินตามไม่ทัน แต่ก็นะถึงจะไม่ทันก็ไม่เป็นไร

ขอแค่วันนี้วันเดียวที่ได้อยู่กับแจจุง แค่นี้ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้ว

ยุนโฮ

หืม?”

นายว่าเสื้อตัวนั้นสวยไหม?” เสียงเล็กถามขึ้นพลางชี้ไปที่เสื้อเชิ้ตสีฟ้าที่ตั้งเด่นหราอยู่หน้าร้านเสื้อผ้าร้านหนึ่ง ใบหน้าหวานหันมามองร่างสูงเพื่อรอฟังความคิดเห็น

อืม สวยสินายอยากได้เหรอ?” ยุนโฮย้อนถาม

อืม นายซื้อนะ แจจุงพยักหน้าพลางมือเรียวจะเอื้อมไปกุมมือของร่างสูงไว้ แล้วลากเข้าไปยังร้านที่มีเสื้อเป้าหมายอยู่ เจ้าของดวงหน้าหวานจะรู้บ้างไหมนะว่าเวลาทำแบบนี้แล้วคนที่เดินตามหลังจะรู้สึกดีขนาดไหน รอยยิ้มน้อยๆ ถึงได้ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าหล่อเหลานั้น

แจจุงกับยุนโฮเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าร้านเสื้อผ้าก่อนร่างบางจะรีบปล่อยมือยุนโฮอย่างรวดเร็ว ด้วยความที่รู้สึกตัวแล้วว่าเมื่อกี้ตัวเองทำอะไรลงไป ร่างบางจึงเดินหนีไปดูเสื้อที่ตัวเองเล็งไว้และตัวอื่นๆ ภายในร้านไปเรื่อยๆ ปล่อยให้ยุนโฮยืนยิ้มกับท่าทีของคนสวยอยู่คนเดียว

“ ‘Hope to the End’ งั้นเหรอ?” แจจุงพึมพำขณะหยิบเสื้อตัวหนึ่งขึ้นมา เสื้อเชิ้ตตัวพอดีกับเค้าสีขาวปักหราบนหน้าอกด้ายซ้ายด้วยคำภาษาอังกฤษความหมายดีดึงดูดความสนใจของแจจุงไม่น้อย แม้มันจะดูไม่หรูหราเหมือนเสื้อสีฉูดฉาดตัวอื่นๆ ในร้านก็ตามที

ชอบเหรอ? แล้วตัวที่อยู่หน้าร้านนั้นล่ะไม่เอาแล้วเหรอ?”

อืม ฉัน... ชอบตัวนี้มากกว่า แจจุงบอกพลางหยิบเสื้อตัวนั้นที่เขาสนใจโชว์ให้ยุนโฮดู ร่างสูงพยักหน้าเห็นด้วยที่เลือกเสื้อตัวนี้แทนตัวที่อยู่หน้าร้าน เพราะเขาเองก็คิดว่ามันน่าสนใจกว่าเหมือนกัน

ร่างสูงหยิบเสื้อมาจากมือแจจุงก่อนจะไปจ่ายเงินที่เจ้าของร้านและก็ไม่ลืมที่จะซื้อมันอีกตัว เพราะตัวเองเป็นคนพูดเองว่าวันนี้จะทำตามแจจุงทุกอย่าง ไม่ว่าแจจุงจะซื้ออะไร หรืออยากได้อะไรเขาก็จะให้แจจุงหมด

อะ ของชิ้นแรกที่เราซื้อในวันนี้ ต่อไปจะซื้ออะไรอีกดีล่ะ?” เสียงทุ้มถามพลางยื่นถุงเสื้อให้ ร่างบางรับมันมาก่อนใช้สมองคิดว่าจะไปร้านไหนต่อดี จะได้ผลาญเงินไอ้คนหน้าหมีนี้ซะให้เข็ด

ไปร้านนั้นดีกว่า.... เสียงหวานเอ่ยพลางก้าวฉับๆ ไปยังร้านที่คิดได้ทันที และพอถึงปุ๊บร่างบางก็จัดการซื้อโน้นซื้อนี้ตามใจชอบทันที โดยมียุนโฮคอยควักกระเป๋าเงินจ่ายตามตลอด

พอเสร็จจากร้านนี้ร่างบางก็ไม่รอช้าเดินไปร้านนู้นซื้อของอย่างสบายอารมณ์ต่อ พอร้านนี้เสร็จก็ไปร้านนั้นเสร็จจากร้านนั้นก็เดินไปร้านอื่นเรื่อยๆ จนตอนนี้แขนทั้งสองข้างจึงเต็มไปด้วยถุงใส่ของมากมาย ทั้งเสื้อผ้าทั้งกระเป๋าทั้งรองเท้า เรียกได้ว่าเข้าทุกร้านก็ซื้อมันทุกร้านไม่ปล่อยให้รอดไปได้ซักร้านเดียว แถมคนจ่ายอย่างยุนโฮยังต้องเสียเงินเป็นสองเท่าอีก เพราะต้องซื้อทั้งของตัวเองและของร่างบางด้วย แทบจะปาดเหงื่อเลยทีเดียว คนอะไรช๊อปเก่งเป็นบ้า ใช้เงินยังกะใช้กระดาษซื้อของ


*



เฮ้อ! เหนื่อยชะมัดเลย ร่างบางถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะหย่อนตัวลงบนม้านั่งตัวยาวในสวนสาธารณะใกล้ๆ บริเวณที่จัดงานด้วยความเหนื่อย ยุนโฮที่เดินตามมาทีหลังก็รีบเดินมานั่งลงข้างๆ อย่างเหนื่อยอ่อนเช่นกัน เพราะเขาเองก็ไม่ต่างกับแจจุงเท่าไหร่หอบของพะลุงพะลังเต็มมือไปหมด

ทั้งคู่นั่งพักเอาแรงอยู่ครู่หนึ่งยุนโฮก็ถือวิสาสะล้มตัวลงหนุนตักแจจุงทันที ซึ่งคนที่ถูกใช้ตักเป็นหมอนก็ทำท่ากระฟัดกระเฟียดไม่พอใจพร้อมกับโพล่งออกมาอย่างหงุดหงิด

ยุนโฮ! ทำอะไรของนาย? เอาหัวมาหนุนฉันทำไม ออกไปนะ! ฉันไม่ชอบออกไปเลย..... แจจุงโวยวายลั่นพลางดันหัวของคนหน้าหมีให้ลุกขึ้น แต่ก็ไม่ได้ผลเมื่อยุนโฮกดแรงที่มีทั้งหมดลงบนตักนุ่มของแจจุง นั้นยิ่งทำให้เจ้าของตักโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเข้าไปใหญ่

ไอ้บ้า! อย่ามาทำอะไรแบบนี้สิ เดี๋ยวใครมาเห็นก็เข้าใจผิดกันหมดหรอก ฉันไม่อยากเอาชื่อตัวเองมาแปดเปื้อนกับนายหรอกนะ พูดไม่ได้ยินรึไงบอกให้ออกไปไง.... ออกไปสิ ยุนโฮ!”

            “ฉันยืมตักนายพักแปบเดียวนา อย่าโวยวายสิยุนโฮว่าพลางรวบมือทั้งสองข้างของแจจุงไว้

ก็นั่งพักเฉยๆ สิ จะมานอนทับฉันทำไมล่ะ?! ฉันคนนะไม่ใช่หมอน ถ้านายอยากนอนก็กลับไปนอนที่บ้านไป แจจุงตวาดกลับพลางถลึงตาใส่คนที่หนุนตักตัวเอง ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันด้วยความโมโหก่อนจะสะบัดใบหน้าสวยที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงจัดอย่างไม่พอใจหนีไปทางอื่น ทำเอายุนโฮมองดูอย่างอดขำกับท่าทางแบบนั้นของแจจุงไม่ได้ ไม่คิดว่าเวลาแจจุงโกรธจะหน้าแดงขนาดนี้แถมยังน่ารักอีกต่างหาก

วันนี้ฉันอุตส่าห์ตามใจนายทุกอย่าง พูดจากับผู้มีพระคุณให้มันดีๆ หน่อยสิแจจุง ร่างสูงเอ่ยเสียงดังจนใบหน้าหวานต้องหันขวับกลับมามองทันที คิ้วเรียวสวยขมวดกันเป็นโบว์อย่างขัดใจก่อนนิ้วยาวจะบีบเข้าที่จมูกของคนพูดด้วยความหมั่นไส้

นี่แน่ะ ผู้มีพระคุณอะไรกันฮะ!? นายเป็นคนพูดเองนี่ว่าวันนี้จะตามใจฉันทุกอย่างแล้วยังจะมาพูดเรื่องบุญคุณอีกเหรอ น่าไม่อายเลยนะนาย.... นี่แน่ะๆ

โอ้ย! มันเจ็บนะแจจุง

เจ็บสิดี นายจะได้เลิกเอาตักของฉันเป็นหมอนบ้านนายซักที ฉันไม่ชอบ

ก็ได้ๆ ฉันยอมแล้วไม่หนุนตักนายก็ได้ ยุนโฮเอ่ยเสียงอ่อยยอมแพ้ก่อนจะยันตัวเองลุกขึ้นนั่ง พลางมือหนาก็ลูบจมูกตัวเองไปมาเพราะความเจ็บจากแรงบีบของคนสวยเมื่อกี้ คนอะไรมือหนักชะมัด?!



*


บรรยากาศชวนอึมครึมภายในซอยแคบเพราะความมืดยามรัตติกาลกำลังคืบคลานเข้ามา ปรากฏร่างของใครบางคนที่กำลังสาวเท้าเดินอย่างรีบร้อนด้วยเพราะไม่พอใจที่เบื้องหลังมีใครอีกคนกำลังเดินตามมา

ร่างบางเดินหอบพะลุงพะลังเต็มสองมือพลางหันกลับไปมองด้านหลังสลับกับก้าวเดินอย่างรวดเร็วเพื่อทิ้งระยะห่างระหว่างตัวเองกับร่างสูงที่เดินตามมา ใบหน้าหวานขึ้นสีด้วยความโมโหหงุดหงิดในความมืดก่อนจะหมดความอดทนหันไปตวาดใส่คนที่กำลังเดินตามมา

นี่! เลิกตามฉันซักทีได้ไหม? เหมือนนายเป็นคนโรคจิตหยั่งงั้นแหละ แจจุงเบ้หน้าด้วยความรำคาญทำให้ยุนโฮที่เดินตามมาทันแล้วหยุดยืนตรงหน้าพอดีพลางฉีกยิ้มกว้างจนดวงตาเล็กหยี

ก็ฉันเป็นห่วงความปลอดภัยของนายนี่ แล้วนี่มันก็ดึกแล้วด้วย ฉันกลัวว่านายจะโดนคนบ้ากามฉุดไปทำมิดีมิร้ายเพราะคิดว่านายเป็นผู้หญิง

ไอ้คน....

อีกอย่างฉันเป็นคนพานายไปเที่ยวจนต้องกลับบ้านจนดึกดื่นแบบนี้ ฉันก็ต้องรับผิดชอบพานายมาส่งเพื่อความไม่ประมาทในความปลอดภัยของนายสิ ยุนโฮสาธยายยาวเหยียดให้แจจุงฟังพลางฉีกยิ้มกว้างให้อีกครั้ง แจจุงมองใบหน้าคมทะเล้นก่อนจะส่ายหน้าอย่างเอือมระอา คงจะห้ามไม่ได้สินะเพราะถึงจะห้ามไม่ให้นายตามมายังไง นายก็ยังจะดึงดันตามมาอยู่ดี

อยากทำอะไรก็เชิญ แจจุงว่าสั้นๆ ก่อนหันหลังกลับเดินต่อไป ยุนโฮยกยิ้มน้อยๆ อย่างมีชัยพลางสาวเท้าตามร่างบางไป ร่างสูงรีบเดินไปอยู่ข้างๆ ร่างบางก่อนเอื้อมมือไปแย่งถุงเสื้อผ้า ข้าวของต่างๆ ของคนสวยมาถือไว้ซะเอง ทำเอาเจ้าของถุงพวกนั้นหันมามองด้วยความสงสัย

นายจะทำอะไรอีกล่ะ?”

ฉันก็ช่วยนายถือของไงยุนโฮบอกยิ้มๆ ขณะเดินถือของทั้งของตัวเองและร่างบางอย่างสบายอารมณ์

ไม่ต้อง! ฉันถือเองได้ แจจุงสวนกลับพลางแย่งของของตัวเองคืน แต่หากเจ้าตัวรีบหันตัวหลบไปได้ซะก่อน ไม่ยอมให้คนสวยแย่งของคืนไปง่ายๆ

ยุนโฮ เอามานะ.... นี่!”

ฉันไม่เอาของของนายหรอกน่า เพราะฉันก็มีเหมือนนายทุกอย่างนั้นแหละ

ฉันไม่ได้หมายถึงแบบนั้นนะ เอามานี่!”

ไม่เป็นไร ฉันอยากถือให้นาย ยุนโฮตัดบทเด็ดขาดก่อนจะเดินนำหน้าคนสวยไป แจจุงมองตามแผ่นหลังกว้างอย่างหงุดหงิด ก่อนไม่ยอมแพ้เดินตามร่างสูงไปติดๆ

นายรู้จักบ้านฉันรึไง? ถึงได้เดินนำหน้าฉันเนี้ย” แจจุงตะโกนถามร่างสูงหันหน้ากลับมาพลางส่งยิ้มหวานให้ก่อนเอ่ย

รู้สิ ทำไมจะไม่รู้จักบ้านนายออกจะใหญ่โตมหึมาขนาดนั้น

นายรู้จักบ้านฉันได้ยังไง ในเมื่อฉันไม่เคยพาใครมาหรือบอกใครเลยซักคน

ความลับ ยุนโฮยิ้มเจ้าเลห์พลางเดินผิวปากไปเรื่อยๆ อย่างอารมณ์ดี แจจุงมองแผ่นหลังนั้นด้วยคำถามที่ผุดขึ้นมาในหัวมากมาย ทำไมคนๆ นี้ถึงได้รู้จักบ้านเขาได้นะ แถมวันนี้ยังทำตัวแปลกๆ อีกที่อยู่ๆ ชอง ยุนโฮ ศัตรูตัวฉกาจสำหรับแจจุงมาชวนไปเที่ยว แถงยังเลี้ยงข้าว เลี้ยงน้ำ ซื้อของโน้นนี่ให้ทุกอย่าง น่าสงสัยชะมัด!

แล้วทั้งคู่ก็เดินมาถึงบ้านหลังใหญ่ที่แม้จะอยู่ในความสลัวของแสงที่ส่องมาจากเสาไฟข้างทาง แต่ก็ไม่อาจบดบังรัศมีของความงามด้วยสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่หน้าบ้านไปได้ รูปปั้นขนาดมหึมาของสัตว์ที่ปราดเปรียวอย่างเพกาซัสตัวขาวตั้งเด่นหราอยู่กลางบ่อน้ำพุในท่วงท่ากำลังวิ่งเหยาะๆ

ยุนโฮมองหน้าบ้านของแจจุงแล้วก็อุทานออกมาอย่างตื่นเต้นเหมือนเด็กๆ ดวงตาเล็กหยีเบิกกว้างราวกับไม่เคยเห็นสิ่งที่มหัศจรรย์ขนาดนี้มาก่อน ซึ่งจริงๆ แล้วเขาเห็นมันจนชินตาเสียด้วยซ้ำเพราะชอบแอบตามแจจุงเวลากลับบ้านแทบทุกวัน

ขอบใจที่เป็นสตอกเกอร์ตามฉันมานะ ชอง ยุนโฮแจจุงกล่าวขอบคุณก่อนจะหยิบของของตัวเองมาจากมือยุนโฮ

แล้วฉันก็คงไม่สะดวกหากจะเชิญนายเข้าบ้าน เพราะนี้มันก็ดึกมากแล้วด้วยนายควรจะรีบกลับบ้านไปซะ เดี๋ยวคนที่บ้านนายจะเป็นห่วงเอา

ครับๆ ทราบแล้วครับท่านคิม ยุนโฮรับคำทะเล้นพลางส่งยิ้มให้น้อย ร่างบางมองใบหน้าหล่อเหลาแวบนึงก่อนจะหันหลังเดินเข้าบ้านไป แต่หากเสียงทุ้มกลับโพล่งขึ้นดักคอเขาไว้ซะก่อน

เดี๋ยวสิแจจุง

อะไรล่ะ?” และใบหน้าหวานก็หันกลับมาตามคำเรียกด้วยความเซ็ง จะอะไรกันนักกันหนาว่ะ

ราตรีสวัสดิ์ ฝันดีนะ

อืม นายไปได้แล้วไปฉันจะเข้าบ้านแจจุงปัดมือส่งๆ ให้ยุนโฮก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปในบ้านแต่ว่าไอ้คนหน้าหมีตัวดีก็ยังเรียกไว้อีกครั้ง

แจจุง...

อะไรอีกล่ะ?”  ร่างบางหันกลับอย่างหัวเสียพลางเบ้หน้าอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไร จะเรียกหาพระแสงอะไรวะ? คนยิ่งเหนื่อยๆ อยู่ อยากขึ้นไปพักผ่อนนะเว้ยมีอะไรจะพูดอีกว่ะ!

คือฉัน..... ให้นาย ร่างสูงเอ่ยก่อนจะดึงมือของแจจุงมาค่อยๆ สวมเลทสีเงินวาวให้ ความมันวาวของมันเปล่งประกายจนทำให้แจจุงสังเกตได้ว่ามันมีตัวอักษรเล็กๆ สลักคำอะไรซักอย่างไว้อยู่ และนั้นก็ทำให้แจจุงยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ว่าทำไมมันต้องเป็นอักษรชื่อของตัวเองกับคนตรงหน้าด้วยแถมยังมีรูปหัวใจคั่นตรงกลางอีก

อะไรของนาย?”

เลทข้อมือ ฉันให้นายยุนโฮส่งยิ้มหวาน

พอดีฉันไปทำตอนที่นายเดินซื้อเสื้อผ้าอยู่น่ะ สวยใช่ไหมล่ะ?”

ก็สวย.... สวยดี แจจุงตอบพลางมองข้อมือซ้ายของตัวเองที่มีเลทสีเงินคล้องอยู่ มันดูเป็นเลทเรียบๆ ง่ายๆ ไม่มีลวดลายอะไรก็จริง แต่เมื่อมันขึ้นมาอยู่กับผิวขาวเนียนอมชมพูของเจ้าตัวแล้วกลับงดงามและมีราคาขึ้นมาเป็นกอง ดูเด่นสะดุดตาและมีความหมายลึกซึ้งเวลามองจริงๆ

แต่ฉันสงสัย ทำไมนายต้องสลักเป็นชื่อของฉันกับนายด้วย แล้วอีกอย่าง.... ไอ้หัวใจตรงกลางนี่มันหมายความว่ายังไง? ฉันไม่เข้าใจร่างบางเงยหน้าขึ้นถามยุนโฮซึ่งคนถูกถามก็ส่งยิ้มหวานให้อีกครั้งก่อนเอ่ยตอบ

ก็ฉันอยากให้นายรู้ไว้ว่าฉันกับนายเป็นเพื่อนกัน เราไม่ได้เป็นเพียงคนร่วมโลก แต่เราคือ มิตรภาพ ที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง แม้ว่ามิตรภาพนั้นฉันกับนายจะสร้างมันขึ้นมาในเวลาสั้นๆ ก็ตามร่างสูงมองหน้าคนสวยที่กำลังใจจดใจจ่อกับการอธิบายของตัวเองก่อนจะพูดต่อ

ส่วนหัวใจที่คั่นอยู่ตรงกลาง มันก็ไม่มีอะไรพิเศษนักหรอก แต่ว่าเวลามันมาอยู่ในที่ที่มันควรจะอยู่แล้วมันสามารถสื่ออะไรที่พิเศษออกมาได้มากมาย เหมือนที่มันสื่อถึงมิตรภาพพิเศษระหว่างฉันกับนายไง มันหมายถึงว่า ฉันรักนาย นะและนายก็รักฉันด้วย

ยุนโฮว่าพลางจับมือของแจจุงขึ้นมา สายตาคมจ้องลึกเข้าไปในแววตากลมราวกับกำลังพยายามสื่อความหมายอะไรบางอย่าง หากแต่คนสวยกลับชักมือกลับด้วยความตกใจ ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเขินอาย

พูดอะไรออกมา ไม่อายบ้างรึไงนะ! ฉันฟังยังอายเลย

ยุนโฮ วันนี้ฉันว่านายเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ นายเพี้ยนจนพูดอะไรที่มันไม่ใช่ความจริงออกมา นายมันเพี้ยนขั้นเทพจริงๆ เลยแจจุงพูดก่อนจะหลบหน้ามองไปทางอื่นปิดบังสีแก้มของตัวเอง

นายกลับไปได้แล้วไป ฉ... ฉัน.... ฉันจะขึ้นนอนแล้ว

เดี๋ยวสิแจจุง....

อะไรอีกเล่า! ถ่วงเวลาตลอดเลยนะแจจุงโววายอย่างไม่สบอารมณ์ เรียกหลายรอบแล้วนะเว้ย! มีอะไรก็รีบๆ พูดสิว่ะไอ้หน้าหมี!

นายใส่ให้ฉันด้วยสิ ยุนโฮว่าพลางยื่นเลทข้อมืออีกอันให้ หวังให้เจ้าของใบหน้าหวานใส่ให้ตัวเองบ้างเป็นการแลกเปลี่ยนกันเพราะเขาใส่ให้คนสวยแล้ว คนสวยก็ต้องใส่คืนให้เขาด้วยไม่งั้นมันจะไม่เท่าเทียมกัน

นายก็ใส่เองดิ มีมือเหมือนกันนี่ นิ้วก็ไม่ได้ขาดซักหน่อยร่างบางตอบกวนๆ พลางพยายามยัดเลทใส่มือของยุนโฮ แต่คนที่ยัดให้เมื่อกลับไม่ยอมรับไว้ซะอย่างนั้น

นะแจจุง เราอาจจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วก็ได้นะ.... พรุ่งนี้น่ะ ยุนโฮเอ่ยเสียงแผ่ว ใบหน้าคมซึมไปเล็กน้อยกับแววตาที่หมองลงอย่างเห็นได้ชัดกลับประโยคสุดท้ายที่เอ่ยออกมา แต่ใบหน้าหวานก็ไม่ทันสังเกตเห็น

นายใส่ให้ฉันหน่อยได้ไหม?” ยุนโฮขอร้องอีกครั้ง เขาอยากให้แจจุงสวมให้ด้วยตัวเองก่อนที่เขาจะไม่มีโอกาสให้คนตรงหน้าสวมให้ แต่ว่าแจจุงก็ยังดึงดันไม่ยอมใส่มันให้อยู่ดี

พูดอะไรของนาย? พรุ่งนี้นายก็ไปโรงเรียนไม่ใช่รึไง ฉันก็ไปทำไมเราจะไม่ได้เจอกัน เดี๋ยวฉันใส่ให้นายพรุ่งนี้ก็ได้

นั้นสินะ.... สุดท้ายความพยายามของเขาก็ไม่เป็นผล ยุนโฮเอ่ยเสียงเบาเห็นด้วยแต่ใบหน้าคมก็ยังคงซึมอยู่เหมือนเดิม ถึงกระนั้นก็พยายามที่จะปั้นหน้ายิ้มแย้มให้ร่างบางต่อ

แล้วถ้านายไม่ใส่ให้ฉันล่ะ?”

ฉันไม่ผิดคำพูดหรอกน่า บอกว่าใส่ก็ใส่ให้สิแจจุงสัญญาก่อนจะยื่นเลทข้อมือคืนให้ยุนโฮ

เอานี้เก็บไว้กับนายก่อน พรุ่งนี้จะใส่ให้

ไม่เอา ไว้กับนายนั้นแหละดีแล้วยุนโฮบอกพลางให้เลทกับแจจุง ร่างบางรับมันมาแต่โดยดีก่อนที่คนตรงหน้าจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

งั้นฉันไปก่อนนะ วันนี้สนุกมากเลย แล้วก็นายสัญญาแล้วนะว่าจะใส่ให้ฉันด้วยตัวของนายเอง ห้ามผิดสัญญานะยุนโฮย้ำร่างบางก่อนจะวิ่งหายไปในความมืด

รอฉันนะ รอจนกว่าฉันจะกลับมาแล้วนายจะเป็นคนใส่เลทนั้นให้ฉันด้วยตัวนายเอง แจจุง....

ร่างบางล้มกายลงบนเตียงภายในห้องนอนหรูของตัวเองพลางวางของทั้งหมดลงอย่างไม่ใส่ใจนัก เปลือกตาทั้งสองข้างค่อยๆ ปิดลงช้าๆ พร้อมกับที่แขนเรียวยกขึ้นมาเกยหน้าผากพลางคิดไปเรื่อยเปื่อยถึงเหตุการณ์มากมายที่เกิดขึ้นในวันนี้ด้วยความรู้สึกสับสน ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมคนอย่างชอง ยุนโฮถึงต้องมาทำดีกับเขา ทั้งๆ ที่ปกติแม้แต่จะเอ่ยปากคุยกันดีๆ ซักครั้งยังแทบจะไม่เคยเลย แถมคำพูดแปลกๆ เมื่อกี้นี้อีกมันหมายความว่ายังไงกันนะที่ว่าเราอาจจะไม่ได้เจอกันอีกน่ะ นายหมายถึงอะไร ยุนโฮ

ที่นายพูดเมื่อกี้ นายต้องการบอกอะไรกับฉันกันแน่? ยุนโฮ


*


บรรยากาศครึกครื้นในวันจบการศึกษาถูกจัดขึ้นอย่างใหญ่โตเหมือนๆ กับทุกปีที่ผ่านมา นักเรียนชั้นปีสุดท้ายต่างพากันมาร่วมงานกันอย่างคับคั่งเพราะนี้คือวันสุดท้ายแล้วที่พวกเขาจะได้อยู่ร่วมกัน เพราะต่อจากนี้ไปแต่ละคนจะต้องมีวิถีชีวิตต่างกัน ทั้งคณะใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัยใหม่ ทั้งเพื่อนหน้าใหม่ๆ ที่ถ้าเจอเพื่อนที่ดีก็ดีไป แต่ถ้าเจอเพื่อนไม่ดีก็ถือว่าโชคร้าย และบางทีโชคชะตาอาจทำให้พวกเขาไม่ได้เจอกันอีกเลยก็ได้

ในวันนี้ไม่เพียงแต่นักเรียนที่จบการศึกษาเท่านั้นที่มาร่วมงาน ยังรวมไปถึงรุ่นน้องชั้นปีต่างๆ ด้วยที่มาร่วมแสดงความยินดีกับรุ่นพี่ด้วยความเคารพ พร้อมกับหอบหิ้วของที่ระลึกมากมายมามอบให้กับรุ่นพี่ที่ตัวเองปลื้มด้วย และแน่นอนที่จะต้องมีการสารภาพรักกับรุ่นพี่ที่ตัวเองชอบด้วยเช่นกัน มันกลายเป็นสิ่งที่ปฏิบัติต่อๆ กันมาในรั้วโรงเรียนแห่งนี้แล้ว

แจจุงเดินเข้ามาในงานตั้งแต่เช้าตรู่เพราะคำสั่งของอาจารย์ที่ปรึกษาที่บอกไว้เมื่อวานนี้และเมื่อเดินเข้ามาบรรยากาศแห่งความยินดีก็ปะทะเข้าเต็มๆ แต่กระนั้นแจจุงกลับเลือกที่จะหลบมุมมานั่งอยู่คนเดียวใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างหอประชุมที่จัดงาน เพราะนิสัยของตัวเองที่ไม่ค่อยจะสนใจกับบรรยากาศที่มีคนเยอะๆ แบบนี้ซักเท่าไหร่

แจจุงหย่อนกายนั่งลงบนม้าหินอ่อนสีขาวพลางเหม่อมองไปข้างหน้า ลมเอื่อยๆ พัดเข้ามาปะทะกับร่างทำให้แจจุงรู้สึกดีขึ้น แต่กระนั้นก็ยังคงบ่นอุบอิบที่ต้องมาโรงเรียนแต่เช้าตามคำสั่งของอาจารย์ทั้งๆ ที่เจ้าตัวคนที่สั่งกลับมาสายซะเอง

บ้าจริงๆ เลย อาจารย์เป็นคนพูดเองแท้ๆ ว่าให้มาแต่เช้า แต่ตัวเองดันมาสายแล้วจะสั่งคนอื่นให้รีบมาทำไมตัวเองยังทำให้ดูไม่ได้เลย ร่างบางพึมพำอย่างไม่ชอบใจ เพราะเขาไม่ชอบการผิดคำพูดกับใครหรือให้ใครมาผิดคำพูดกับเขา แม้ว่าคนๆ นั้นจะเป็นใครก็ตามพูดแล้วก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองพูดไป นี่แหละคือนิสัยของคนอย่างคิม แจจุง

นักเรียนชั้นม.ปลายปีสุดท้าย ที่จะเข้าพิธีจบการศึกษาในวันนี้ ขอให้นักเรียนทุกคนเข้าหอประชุมใหญ่เพื่อทำพิธีได้แล้วคะ เสียงประกาศตามสายของอาจารย์ห้องประชาสัมพันธ์ดังขึ้น แจจุงสะดุ้งตัวตื่นจากภวังค์ความคิดพลางถอนหายใจก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าไปในงาน

งานจบการศึกษาของนักเรียนชั้นม.ปลายเริ่มขึ้นโดยผู้อำนวยการโรงเรียนปาร์ค ยูชอนขึ้นมากล่าวแสดงความยินดีกับนักเรียนชั้นปีสุดท้ายและอวยพรให้นักเรียนที่จบการศึกษาทุกคนได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่เลือกไว้ ต่อจากนั้นจึงเป็นการมอบใบประกาษณียบัตรแก่นักเรียนดีเด่นที่ประพฤติตัวดี ผลการเรียนดี และมีความมานะพยายามในการเรียน ซึ่งก็คือนักเรียนตัวอย่างสองสมัยซ้อนอย่างชิม ชางมิน เพื่อร่วมชั้นที่อยู่ห้อง A ของแจจุง

และสุดท้ายก็เป็นการมอบวุฒิบัตรจบการศึกษาแก่นักเรียนที่จะจบการศึกษาในวันนี้ทั้งหมด ก่อนที่อาจารย์คิม จุนซู ที่รับหน้าที่เป็นพิธีกรในงานวันนี้จะกล่าวแสดงความยินดีแก่นักเรียนเล็กน้อยและกล่าวรายงานจบพิธีการศึกษาเป็นอันเสร็จพิธี

ซีวอน นายเห็นเพื่อนนายบ้างไหม?” แจจุงวิ่งเข้าไปถามหนุ่มร่างสูงที่จุบกลุ่มยืนคุยอยู่กับเพื่อนหลังจบพิธีจบการศึกษา

ใครอ่ะ? เพื่อนฉันมีตั้งหลายคน

ก็ยุนโฮ เพื่อนสนิทของนาย

ไม่เห็นหรอก ตั้งแต่เช้าแล้วฉันยังไม่เห็นมันเลย ซีวอนตอบพลางทำหน้าสงสัยเช่นกัน ทำไมไอ้ยุนมันถึงยังไม่มาว่ะ พิธีก็จบไปแล้วด้วยปกติมันไม่ใช่คนแบบนี้นี่หว่า ร่างสูงคิดก่อนจะนึกขึ้นได้

ลองไปหาฮันคยองดูสิ เผื่อหมอนั้นจะอยู่กับไอ้ฮัน

เหรอ ขอบใจนะ

เอ้อ! ว่าแต่นายเหอะตามหามันทำไม?” ซีวอนถามอย่างงๆ เพราะเป็นที่รู้ๆ กันอยู่แล้วว่าคิม แจจุง เป็นศัตรูตัวร้ายกับชอง ยุนโฮ

เปล่าหรอก ไม่มีอะไรฉันไปก่อนนะว่าแล้วร่างบางก็วิ่งหายไปทันที ปล่อยให้ซีวอนมองตามด้วยความสงสัยต่อไป

แจจุงตามหาฮันคยองอย่างเอาเป็นเอาตายทั่วโรงเรียนตามคำแนะนำของซีวอนว่าไอ้คนหน้าหมีอาจจะอยู่กับฮันคยองก็ได้ จนในที่สุดร่างบางก็เจอนักเรียนทุนแลกเปลี่ยนจากประเทศจีนยืนม้อสาวๆ รุ่นน้องอยู่หน้าโรงเรียน พอกวาดสายตามองไปรอบๆ ตัวฮันคยองกลับไม่มีวี่แววของคนที่ตามหาเลยซักนิด มีแต่นักเรียนหญิงรายล้อมตัวฮันคยองเต็มไปหมด

ฮันคยอง!”

อ้าวแจจุง มีอะไรรึเปล่าถึงวิ่งหน้าตั้งมาขนาดนั้น?” ฮันคยองถามพลางละความสนใจมาที่คนสวยที่วิ่งมาหาเขาทันที ทำเอาสาวๆ รุ่นน้องจ้องร่างบางอย่างไม่วางตาอย่างไม่พอใจ

ยุนโฮได้อยู่กับนายไหม?”

ไม่นะ ตั้งแต่เช้าแล้วมันยังไม่โผล่หัวมาเลย โทรไปก็ไม่ติดฮันคยองตอบก่อนถามแจจุงกลับ

นายมีอะไรกับยุนโฮมันเหรอ?”

ป.... เปล่าๆ ฉันแค่อยากรู้เฉยๆ เอ่อ.... ขอบใจนะ

แจจุงตัดบทเพราะไม่อยากอยู่กับฮันคยองนานไปมากกว่านี้โดยที่มีแววตาอาฆาตร้ายแรงจ้องอย่างไม่วางตาเป็นสิบๆ คู่ ก่อนจะขอตัวเดินเลี่ยงออกมาที่ใต้ต้นไม้ต้นเดิมที่เขาแอบมานั่งเมื่อเช้านี้ ร่าบางหย่อนกายลงบนเก้าอี้ไม้หินอ่อนก่อนพ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด

นายหายไปไหนนะ? ยุนโฮ ร่างบางสบถอย่างโมโหก่อนจะล้วงหยิบเลทสีมันวาวออกมาจากกระเป๋าเสื้อของตัวเอง ดวงตาคู่งามจดจ้องอยู่ที่อักษรที่สลักชื่อของตัวเองและยุนโฮอย่างไม่สบอารมณ์ ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นคนพูดแท้ๆ ว่าจะให้ฉันใส่เลทนี้ให้วันนี้ แต่ตัวเองกลับเบี้ยวไม่ยอมมาซะงั้น แล้วนายจะมาฝากไว้กับฉันทำไม ฉันไม่ใช่ที่รับฝากของของใครนะ

เราอาจจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วก็ได้นะ พรุ่งนี้น่ะ.....








ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น